[Review] A:IR Ascent Infinite Realm เกม MMORPG ตัวใหม่แกะกล่องที่คอเกมไม่ควรพลาด!
Ascent Infinite Realm
ก็เปิดให้เล่นกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ สำหรับ A:IR หรือ Ascent Infinite Realm เกมออนไลน์ MMORPG ตัวใหม่แกะกล่องจากค่าย PlayparkTH เชื่อว่าหลายคนน่าจะสร้างตัวละคร เข้าไปลุยกันมาแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังกล้าๆกลัวๆ ลังเลอยู่ว่าจะลองดีไหม ไม่ต้องกลัวครับ วันนี้เรานำบทความรีวิวมาให้ได้ชมกัน ว่าคุ้มค่าไหมที่จะลงสนามไปลุยกับเกม MMORPG เกมนี้ ก่อนอื่นก็หาที่จับให้มั่น ก่อนจะล่องลอยไปบนอากาศด้วยเรือเหาะในเกมนี้กันครับ เอาล่ะ มาเริ่มต้นชมรีวิวกันเลย
A:IR หรือชื่อเต็ม Ascent Infinite Realm เป็นเกมออนไลน์ที่พัฒนากันมาอย่างยาวนาน โดยทีมผู้พัฒนา Bluehole ที่เคยสร้างผลงานเจ๋งๆอย่าง TERA มาก่อน และยังเป็นผู้สร้างเกม Battle Royale ชื่อดังของโลกอย่าง PUBG อีกด้วย มาคราวนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งภายใต้แนวเกมที่พวกเขาถนัดอย่างเกม MMORPG ซึ่งเกม A:IR นี้มีจุดเด่นในตัวเองที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งแรกนั่นคือตัวเกมเน้นขายระบบการต่อสู้บนอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเรือเหาะ หรือสัตว์บินได้ต่างๆ นอกจากนั้นตัวเกมยังมีจุดเด่นที่ระบบบ้านพัก และระบบเรือเหาะ รวมไปถึงสงคราม 2 ฝ่าย ที่ผู้เล่นเลือกไว้ตั้งแต่ตอนต้นเกม ซึ่งบางสงครามผู้เล่นจะต้องขับเรือเหาะไปไล่ยิงกันกลางอากาศกันเลยทีเดียว และระบบการต่อสู้บนเรือเหาะที่ไม่ได้ออกแบบมาลวกๆ เพราะอาวุธที่เราติดตั้งนี่จะสามารถหันทิศทางการยิงได้ และปืนแต่ละกระบอกก็มีวันหมด ต้องรีโหลด หรือพยุงไม่ให้เครื่องร้อนอีกด้วย และตัวเกมยังมีฉากหลังเป็นโลกที่ผสมผสานเวทย์มนต์และจักรกลเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ใครที่ชื่นชอบสไตล์แฟนตาซีสตีมพังค์ น่าจะชอบกลิ่นอายของเกมนี้ได้ไม่ยากครับ อันนี้ถือเป็นจุดเด่นของเกมนี้เลยทีเดียว เพราะเหมือนกับเราได้เล่น 2 สไตล์การเล่นในอาชีพเดียวกัน ใน 1 สายอาชีพจะมีการแบ่งแท็คติคการเล่นออกไปอีก 2 แบบ ดังนี้
- Warlord จะแบ่งเป็นสาย Assault (โจมตี) / Iron Clad (ป้องกัน)
- Elementalist จะแบ่งเป็นสาย Flame (ไฟ) / Frost (น้ำแข็ง)
- Mystic จะแบ่งเป็นสาย Verdure (สนับสนุนเต็มรูปแบบ) / Radiance (กึ่งโจมตีกึ่งสนับสนุน)
- Assassins จะแบ่งเป็นสาย Assassination (มีดสั้นโจมตีใกล้) / Shadow (ชูริเคนโจมตีไกล)
- Gunslinger จะแบ่งเป็นสาย Rapid Fire (ปืนสั้นคู่) / Snipe (ปืนไรเฟิลยาว)
โดยเราสามารถสลับไปมาระหว่าง 2 แท็คติคนี้ได้ง่ายๆเพียงแค่การกด Tab เท่านั้น โดยแท็คติคที่ 2 จะปลดล็อคก็ต่อเมื่อเราทำภารกิจหลักไปเรื่อยๆจึงจะปลดล็อคให้ ดูข้อมูลสายอาชีพภายในเกมได้ที่ ระบบคอมแบทหรือการต่อสู้ภายในเกมนี้จะเป็นลูกครึ่งระหว่าง Hack & Slash ที่นิยมในปัจจุบันกับแบบล็อกเป้าตีมอนแบบสมัยก่อน ซึ่งถ้าหากว่าเราเข้าไปอยู่ในระยะที่สามารถปล่อยสกิลหรือโจมตีได้ สล็อต สมาชิกใหม่ ก็สาดสกิลไปได้เลยเต็มที่ แต่ถ้าอยู่นอกระยะก็จะกดโจมตีหรือสกิลไม่ได้ (ยกเว้นบัฟ) เป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัว แต่ก็คงไม่ถูกใจใครทุกคนแน่นอน นอกจากนั้นระบบการต่อสู้บนอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการขี่สัตว์บิน หรือเรือเหาะ ก็จะใช้ระบบเดียวกันนี้ แต่ความพิเศษมันอยู่ที่หากเราขับเรือเหาะ (ที่ปลดล็อคตอนเลเวล 36) เรือเหาะแต่ละลำจะมีความสามารถที่แตกต่างกันไป และบางลำสามารถติดตั้งอาวุธได้หลายทิศทาง (มากสุด 4 ทิศทางเลยทีเดียว) โดยการที่เราจะควบคุมการโจมตีด้วยเรือเหาะนั้น เราต้องหันทิศทางของเรือเหาะด้วย เช่นคุณจะใช้อาวุธปืนด้านซ้ายยิงศัตรู ก็ต้องหันซ้ายใส่ศัตรู เป็นต้น และอาวุธแต่ละกระบอกก็จะมีการ Overheat หรือเครื่องร้อนจนหมดด้วย ดังนั้นอย่ายิงเพลินจนลืมดูหลอดอาวุธล่ะ เป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในกลุ่มถึงกราฟิกของเกมว่ามันอาจจะไม่ได้โดนใจใครหลายคน บ้างก็ว่ามันดูหยาบๆ ตกยุคไปหน่อย บ้างก็ว่าสมกับธีมเกมดี แต่ในความเห็นของผู้เขียน ถือว่าสวยงามสมกับเป็นเกม MMORPG ดีแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นให้ความสำคัญกับภาพกราฟิกมากน้อยแค่ไหน บางคนชอบเล่นคนเดียว ลงดันตีมอนชิลๆก็อาจจะอยากได้ภาพสวยๆ แต่บางคนเน้นระบบสงคราม PVP เรื่องกราฟิกก็จะตกเป็นรองไปเลย เพราะคงไม่มีใครอยากสู้กับผู้เล่นอื่น แล้วโดนเอฟเฟคท์สกิลกินทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์จนกระตุกเป็นแน่แท้ ดังนั้นเรื่องของกราฟิกนั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นชอบเล่นแบบไหน ก็ลองไปปรับแต่งให้เข้ากับการเล่นตัวเองดูครับ
ประสิทธิภาพในที่นี้ หมายถึงว่ามันสามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลบนคอมพิวเตอร์หรือไม่ เครื่องที่ตัวผู้เขียนใช้ทดสอบในการเล่นนั้นคือสเปคหลักๆดังนี้
- CPU : Core i7-8700 @ 3.20 GHz
- RAM 16 GB
- VGA : NVIDIA GEFORCE GTX 1070
พบว่าตัวเกมสามารถปรับกราฟิกให้อยู่ในระดับ "สูงสุด" ได้ โดยเล่นได้ที่เฟรมเรทราวๆ 45-50 ซึ่งก็ถือว่าโอเคแล้ว แต่ถ้าไปซัดกับมอนสเตอร์นัวๆหน่อยก็อาจจะดรอปลงมาเหลือ 40-45 แทน จะเห็นได้ว่าสเปคขนาดนี้ยังไม่แตะ 60 เฟรมเรทเมื่อปรับสูงสุด ดังนั้นคนที่สเปคคอมพิวเตอร์ต่ำกว่านี้ แนะนำให้ตั้งค่าแบบปานกลาง ไปจนถึงสูงแทน แต่ถึงอย่างนั้นก็ให้ดูสเปคคอมพิวเตอร์ของตัวเองเป็นหลักด้วย ในส่วนของอาการแลค หลุด กระตุก ค้าง ในช่วง Beta Test ที่เห็นก็น่าจะเป็นเรื่องของอาการดีเลย์ เช่น เวลาวิ่ง เคลื่อนที่ จะมีโดนกระชากบ้าง ซึ่งปัญหานี้คาดว่าทีมงานก็คงเร่งแก้ไขกันอยู่แล้วครับ
การเปิดทดสอบเกมนี้เป็นครั้งแรกในไทยโดยรวมแล้วถือว่าค่อนข้างโอเคครับ หลังจากที่ตัวเกมในบ้านเรา ขาดเกมแนว MMORPG มานานพอสมควร เชื่อว่า A:IR จะกลับมาปลุกกระแสเกมแนวนี้ขึ้นมาได้ไม่มากก็น้อย อย่าลืมนะครับ ตัวเกมเปิดให้เล่นช่วง Beta Test โดยไม่รีเซ็ทใดๆ ก็ไปหา IC Code ได้จากหน้าแฟนเพจ Playpark AIR TH และมาเข้าร่วมเล่นช่วง Beta Test นี้ได้เลยครับ สำหรับวันนี้ รีวิวเกมนี้ก็จบเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ
Review] Star Wars Jedi: Fallen Order การกลับมาที่ยิ่งใหญ่เพื่อคืนสมดุลสู่พลังที่แท้จริง!
วางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนที่ผ่านมากับเกมแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์อย่าง “Star Wars Jedi: Fallen Order” ซึ่งในภาคนี้เรียกว่า “วัดดวงกันไปเลยว่าจะหมู่หรือจ่า” เพราะถ้ากระแสตอบรับจากเกมเมอร์ไม่ดี ทาง Electronic Arts [EA] อาจจะถูก The Walt Disney Company ผู้ดูแลลิขสิทธิ์ซีรีส์ Star Wars และ Lucasfilm Ltd. ดึงกลับไปอยู่ในมือเหมือนก็เป็นได้ แต่ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นแล้วว่า “ตัวเกม Star Wars Jedi: Fallen Order กระแสของเกมออกมาในทิศทางใด” วันนี้อาเจ๊นัท และ นายมากี เราสองคนจะมาแท็กทีมรีวิวเกมนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ
เนื้อเรื่องภายในเกม Star Wars Jedi: Fallen Order
เนื้อเรื่องภายในเกม Star Wars Jedi: Fallen Order เราจะได้รับบทเป็นว่า “คาล เคสทิส” ผู้ที่ละทิ้งอดีตของตนเองในการเป็นเจไดพาดาวัน หลังจากเขาหนีรอดหลังเหตุการณ์ปฏิบัติการคำสั่งที่ 66 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่าง Star Wars: Episode III - Revenge of the Sith เขาใช้ชีวิตเหมือนบุคคลธรรมดาด้วยไป แต่เมื่อชะตากรรมของเขาถูกกำหนเอาไว้ ทำให้ “คาล” ต้องจับดาบไลท์เซเบอร์อีกครั้งแล้วค้นหาตัวตนของตัวเองและฟื้นฟูนิกายเจไดที่ล่มสลายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นายมากี - สำหรับผมเองเนื้อเรื่องมันคาบเกี่ยวในหลายๆ ภาคของจักรวาล Star Wars ไม่ว่าจะเป็นภาค Star Wars: Episode III - Revenge of the Sith, Star Wars: Episode IV - A New Hope และ มันก็มีการพูดถึงภาค Rouge One อีกด้วย ส่วนตัวเลยรู้สึกว่า “ตัวเกม Star Wars Jedi: Fallen Order เป็นการเสริมเรื่องราวเข้าไปและขยายความออกมาอีกที ASIAXX1 เราจะได้เห็นการเติบโตของตัวละคร “คาล เคสทิส” ว่ากว่าเขาจะมีพลังได้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ส่วนตัวไม่แปลกใจเลยที่เกมนี้จะเน้นรูปแบบเล่นคนเดียว [Single-Player] ที่ยอมรับว่าทำออกมาดี แล้วก็ยังถือว่าอยู่ในเรื่องราวของจักรวาล Star Wars อย่างชัดเจน ไม่ออกนอกลู่นอกทางเหมือนภาคก่อนๆ ที่ผ่านมา อาเจ๊นัท - ตัวเจ๊เองยอมรับว่าภาคนี้ “การเล่าเรื่องของเขาแข็งแกร่งมาก” ไม่มีช่วงไหนเลยที่จะสะดุด แม้ว่าตัวอาเจ๊นัทเองจะไม่ได้เป็นแฟนบอยจ้าของจักรวาล Star Wars แต่ก็ดูทุกภาค ซึ่งมันก็ตื่นเต้นทุกภาคนะ ในเวอร์ชั่นเกม Star Wars Jedi: Fallen Order ทำได้ดีมาก เรื่องราวหลายๆ ส่วนมันช่วยเสริมเนื้อหาที่อาจจะไม่ได้เห็นในต้นฉบับ แต่เกมนี้ได้ให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วเชื่อเถอะ ถ้าคุณเสย์เนื้อเรื่องอย่างน้อยก็ต้องมีกรี๊ดแตกในหลายๆ ฉากด้วยเช่นกันค่ะ
พูดถึงระบบเกมเพลย์ของเกม Star Wars Jedi: Fallen Order
นายมากี - เกมเพลย์ผมชอบมากนะ เพราะมันแตกต่างจากภาคอื่นๆ ที่เคยพัฒนาออกมา รูปแบบเกมเพลย์ภาคนี้จะเป็นสไตล์ Action Souls Like ที่มีรูปแบบคล้ายๆ ซีรีส์ตระกูล Souls หรือเกมที่พึ่งวางจำหน่ายไปอย่าง Sekiro: Shadows Die Twice ซึ่งตัวเกมทำออกมาสนุกและตื่นเต้นในรูปแบบของ Star Wars มันไม่ได้ยากจนเกินไป ถ้าคุณศึกษาท่าแอ็คชั่นของศัตรูได้ ก็สามารถที่จะรับมือกับศัตรูเหล่านั้นได้ไม่ยากนั้น แล้วเรายังสามารถใช้พลัง Force ผสมผสานรูปแบบการโจมตี จึงทำให้เกมเพลย์มีความสร้างสรรค์ รู้สึกได้เลยว่าตอนนี้เราคือเจไดคนหนึ่งที่สามารถใช้พลังแบบเจไดตามใจที่ต้องการ รวมไปถึงรูปแบบการอัพเกรดสกิลของเกมนี้ก็ดูน่าสนใจ ส่วนปริศนาภายในเกมผู้เล่นจะต้องฝึกฝนพลังของตนเอง เพื่อที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในแบบที่ตนเองมีอยู่ครับ
อาเจ๊นัท - อย่างที่มากีพูดรูปแบบเกมเพลย์มันเป็นแนว Action ที่ได้ไอเดียมาจากเกมซีรีส์ตระกูล Souls ซึ่งตอนแรกที่ได้ยินข่าวว่า “เกมเพลย์ของภาคนี้จะเป็นแนวนี้ก็แอบคิดเหมือนกันนะ มันจะไปรอดไหมนะ มันจะเข้าถึงแฟนๆ ได้ไหม!?” สรุปมันเข้าถึงได้หมดเลย เกมเพลย์ไม่ได้ยากจนเกินไป หรือ หัวร้อนขนาดเกมอื่นๆ เพียงแต่ผู้เล่นจะต้องศึกษาระบบเกมนิดหน่อยก็สนุกได้แล้ว อีกทั้งเราสามารถปรับความยากง่ายได้ด้วย ถ้าคุณอยากเสพย์เนื้อเรื่องก็ปรับไปโหมดง่ายสุด หรือถ้าชอบความท้าทายก็ปรับขึ้นมาได้ เพราะเราสามารถโหมดการเล่นได้ตลอดเวลา
ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือปริศนาภายในเกมเยอะมาก ซึ่งบางช่วงเราจะต้องไปได้พลังมาก่อนถึงจะไปเอาปริศนาหรือจุดที่ไม่สามารถไปถึงได้ค่ะ โดยรวมเล่นระบบการเล่นอาเจ๊นัทคิดว่ามันเหมือนเล่นเหมือนซีรีส์ Tomb Raider และ Uncharted ซะมากกว่านะ
พูดถึงระบบกราฟฟิกของเกม Star Wars Jedi: Fallen Order
นายมากี - ปกติแล้วเราจะเห็นทาง Electronic Arts [EA] ชอบใช้เอนจิ้น “Frostbite 3” ซึ่งเป็นเอนจิ้นประจำค่ายแต่ในภาคนี้ Respawn Entertainment ผู้พัฒนาเกมตัดสินใจเลือกใช้เอนจิ้นที่คิดว่าตัวเองถนัดที่สุดนั้นก็คือ “Unreal Engine 4” ผลที่ได้ก็คือดูสวยงาม โมเดลของตัวละคร การแสดงสีหน้า ท่าทางต่างๆ ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว รวมไปถึงสถานที่ต่างๆ ก็เรียกว่ามันไม่ได้หลุดจากกคอนเซ็ปท์เดิมยังคงความเป็น Star Wars แม้แต่นิดเดียว
อีกอย่างที่ผมชอบก็คือตัวละครฝั่งจักรวรรดิบางตัวผมก็ชอบมากเพราะดูออกแบบได้สร้างสรรค์ไม่ใช่น้อย ที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือเพลงประกอบที่ไม่ว่าจะเป็นฉากไหนธีมก็คือ “Star Wars” อยู่ดี ผมเชื่อว่าแฟนๆ ต้องรักเกมนี้ไม่มากก็น้อย
อาเจ๊นัท - ด้วยความที่ทีมผู้พัฒนาเกม Respawn Entertainment ตัดสินใจเลือกใช้เอนจิ้น “Unreal Engine 4” ส่วนหนึ่งคือพวกเขาถนัดใช้เอนจิ้นตัวนี้ด้วย ซึ่งทำให้การพัฒนาเกมผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว และมีปัญหาน้อยที่สุด แน่นอนว่าผลที่ได้ก็คือรายละเอียดกราฟฟิกในส่วนต่างๆ ทำออกมาได้ดี การออกแบบตัวละครทุกตัวล้วนน่าจดจำ แม้ว่าจะมีอาการติดขัดบ้าง แต่มันก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไปได้
สิ่งที่อาเจ๊นัทชอบมากก็คือการเก็บรายละเอียดฉากต่างๆ ที่คงความเป็นต้นฉบับของ Star Wars ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวละคร, ฉากแผนที่ หรือ เหตุการณ์ต่างๆ ที่ทีมงานใส่รายละเอียดเข้ามาภายในเกม มันทำให้แฟนซีรีส์นี้แม้จะไม่เคยเล่นเกม หรือ ไม่ชอบเล่นเกม เขาก็สามารถสนุกกับเนื้อเรื่อง และ สีสันที่พวกเขาออกแบบขึ้นมา
จุดที่เกมควรจะมีหรือปรับปรุงในเกม Star Wars Jedi: Fallen Order
นายมากี - สำหรับผมเล่นบนเครื่อง PlayStation 4 รุ่นธรรมดายอมรับว่า “การแสดงผลมันไม่ค่อยลื่นเท่าที่ควร” เฟรมเรตวิ่งอยู่ที่ประมาณ 30 - 40fps ก็มีกระตุกในบางครั้งที่เฟรมเรตตกหนักๆ ในบางฉากเหมือนกัน แม้ตัวเกมจะทำออกมาดีในด้านเนื้อหาและเกมเพลย์ที่หาคำติชมได้ยาก แต่ตัวเกมก็ยังมีบัคกวนจิตกวนใจเล็กน้อย โดยเฉพาะระบบ Parry ที่เป็นหัวใจหลักสำคัญของเกมนี้ ตัวผมเองกลับรู้สึกว่าเขาทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเช่น ปัดป้องศัตรูได้สำเร็จแล้วก็ตาม แต่การที่จะทำให้ตัวละคร Parry ได้ต่อเนื่องยังรู้สึกยากอยู่ดี เลยทำให้ต้องอาศัยการกลิ้งหลบ ส่วนตัวถ้าปรับปรุงเกมเพลย์ของระบบ Parry ให้สามารถป้องกันต่อเนื่องได้จะสนุกมากกว่านี้อาเจ๊นัท - ส่วนตัวแล้วเล่นทั้งบนแพลตฟอร์ม PC และ PlayStation 4 Pro ซึ่งก็เห็นด้วยกับนายมากีนะ ตรงเรื่องเฟรมเรตเพราะไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มก็มีอากรเฟรมเรทร่วงเองแบบน่าตกใจ ส่วนใหญ่ฉากที่เห็นอาการนี้มักจะเป็นฉากคัดซีนทั่วไปมากกว่า ฉากเกมเพลย์ต่าง ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ก็อีกนั้นละค่ะ “บัค” ก็มีให้เห็นอยู่เป็นระยะ ซึ่งทีมงานก็ออกแพทช์แก้ไขมาเป็นช่วงๆ เลยพอทำรับได้เหมือน เรื่องเกมเพลย์รู้สึกประทับใจมาก แถมระบบค้นหาปริศนาต่างๆ ภายในเกมทำสนุกและหัวร้อนในเวลาเดียวกัน ส่วนเรื่องระบบ Parry เห็นด้วยว่าพยายามปัดต่อเนื่องแล้วแต่ทำไม่ได้จริงๆ คือถ้าปัดต่อเนื่องได้จะทำให้เกมนี้กลายเป็น “Star Wars” ที่แท้จริงเลยค่ะ
ถ้าให้คะแนนพวกเราสองคนลงความคิดเห็นว่า Star Wars Jedi: Fallen Order เฉลี่ยอยู่ที่ 9/10
แล้วนี่คือบทความรีวิวของเกม Star Wars Jedi: Fallen Order บอกตรงๆ ว่า “เป็นการกลับมาของซีรีส์ Star Wars ที่ดีเยี่ยมที่สุดในรอบหลายภาคที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Electronic Arts [EA] เลยก็ว่าได้ค่ะ” สิ่งที่แฟนๆ อยากเห็นจะได้เห็น สิ่งที่แฟนๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอก็จะได้เจอ ซึ่งบอกเลยขนาดอาเจ๊นัทไม่ใช่แฟนยังร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ตอนเห็นฉากนั้นๆ ด้วย เอาเป็นว่าไม่เชื่อก็ลองไปจัดมาเล่นกันได้ค่ะ แนะนำเลยละ ตัวเกม Star Wars Jedi: Fallen Order มีกำหนดวางจำหน่ายแล้ววันนี้ แพลตฟอร์มเวอร์ชั่น PC [Origin], PlayStation 4 และ Xbox One ถ้าคุณเป็นแฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องติดตาม!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น